หนังไต้หวัน Classmates Minus ภาพยนตร์สายรางวัล กับเรื่องราวของการเสียดสีชายวัยกลางคน

หนังไต้หวัน Classmates Minus ถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์สายรางวัลคิดถึงแต่ว่าดูได้ไม่ได้มีอะไรแย่มากเกินไป แต่อาจจะไม่ได้เพลิดเพลินบันเทิงใจ กับหนังความยาว 2 ชั่วโมงแบบเต็มๆที่มีส่วนเรื่อยเปื่อยเยอะค่อนข้างมาก ดูไม่มีจุดที่และแก่นสารอะไรที่ค่อนข้างมีความสำคัญ มากมายนัก นอกจากความสัมพันธ์ ของเพื่อนที่เปลี่ยนไปและเรียกได้ว่าเหมาะ สำหรับคนในวัย 40 ในการรับชมและกลับมาดูหน่อยคิดถึงกันเอง

ซึ่งเหมาะ สำหรับคนที่ชื่นชอบ การดูหนังอินดี้ มากกว่าที่จะเป็นผู้ชมที่ต้องการรับชมภาพยนตร์ ที่เป็นจุดพีคของเรื่องราวมากกว่านี้ ทั้งหมดอีกด้วยมันจึงมีการเปลี่ยนแปลง ในบางสิ่งบางอย่างที่ค่อนข้างน่าสนใจ กับจุดที่ค่อนข้างมีความเหมาะสม และลงตัวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เลยทีเดียว

แนะนำหนัง
Classmates Minus ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ ในหนังแนวดราม่าตลกเสียดสีสังคม ชีวิต ของเพื่อนร่วมรุ่นทั้งด้วยกันทั้ง 4 คน ที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็กจนถึงเข้าสู่วัยกลางคน แต่ละคนมีอายุ 40 กันแล้วและยังไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย ในชีวิตแต่ช่วงเวลานี้แหละจะเป็นอีกหนึ่งช่วงชีวิต ที่กำลังจะพลิกผันครั้งใหญ่ของพวกเขาได้

เป็นภาพยนตร์ไต้หวันในปี 2021 ที่มีดีกรีเข้าชิงรางวัลม้าทองคำถึง 9 รางวัลเลยทีเดียว จึงทำให้ทาง netflix ได้ทำการที่จะซื้อลิขสิทธิ์ มาถ่ายทอดบนระบบของตนเองให้ดู และต้องบอกได้เลยว่าการันตีจึงม้าทองคำมาแบบนี้ซึ่งมักจะมีเอกลักษณ์พิเศษ ของหนังไต้หวันเลยก็คือมักจะเป็นเรื่องแนวสมจริง จากประสบการณ์และแต่งขึ้นมาจากการอ้างอิงยุคสมัย และปัญหาทางด้านสังคมของประเทศของเขา

รีวิวหนัง
นี่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายสี่คน เนื้อเรื่องเกี่ยวพันกัน นี่คือผู้กำกับวัยกลางคนที่คับข้องใจกับพรสวรรค์ที่ยังไม่มีใครค้นพบ คนทำงานปกขาวที่ขยันขันแข็งที่รู้สึกท้อแท้กับการขาดความสำเร็จของเขา คนทำงานพาร์ทไทม์ที่เกียจคร้านในสำนักทะเบียนบ้านที่ลังเลเรื่องความรักและกระดาษ ผู้ถวายเครื่องบูชาที่สามารถสื่อสารกับผู้ตายได้

จุดเด่น

เป็นแนวอินดี้ในแบบของการเล่าเรื่องชีวิต ชายวัยกลางคน ที่ไม่ประสบความสำเร็จ อาจจะโดนใจใครหลายๆคนก็ได้ และรวมไปถึงมุกตลกที่มีการเสียดสีชีวิตจริง มีฉากเซ็กเร่าร้อนแทรกอยู่ 2 ฉากที่เรียกได้ว่าค่อนข้างน่าสนใจ กับคุณภาพและการเล่าเรื่องราว ของหนังได้อย่างน่าสนใจ

จุดด้อย

ไม่ได้มีจุดพีคอะไรมากมายนัก กับเรื่องราวเหล่านี้และจบแบบอยู่ๆ ก็จบลงตรงนี้เลยรวมไปถึงหนังขายความเสียดสีชีวิตคนโสดและรวมไปถึง เรื่องราวของความรักที่เข้ามาพร้อมกัน หมดจนดูไม่สมจริงทั้งๆที่ตัวหนังพยายามเล่าตรงจุดนี้อีกทั้ง ความเชื่อเรื่องผีวิญญาณของไต้หวัน ยังคงถูกตั้งใจยัดมาให้ดูตลกและขัดกับเรื่องไม่น้อย

สรุปหนัง
เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดชีวิตของคน ที่เหลือในมุมมองของคนโสดมาตลอดชีวิต แต่พอเข้าสู่วัยกลางคนกลับกลายเป็นว่าเริ่มมอง ที่จะหาความรักแต่ในตอนแรก อาจที่จะไม่ทันได้หาเพราะมัว แต่ทำงานอยู่ตลอดเวลาซึ่งบางคนก็ศาลสูงถึงดาวโรงเรียน ในสมัยก่อนกับปัจจุบันผันตัวมาเป็นโสเภณี ซึ่งโดยรวมแล้วนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องที่ดูไม่สมจริง เป็นอย่างมาก

กับเรื่องราวที่ถูกใส่มา โดยบังเอิญเกินที่ทั้ง 3 คนจะต้องดันมาเจอผู้หญิง ที่ใช่ในเวลาที่พร้อมกันหมดไม่เว้น แม้แต่ตัวละครที่หน้าตาแย่ที่สุดก็เจอ จึงทำให้ขาดความสมจริงอยู่พอสมควร อีกด้วยและมีการนำเสนอเรื่องราว โรแมนติกที่สร้างความแปลกอยู่พอสมควร